ประกันสังคมปรับเพดานค่าจ้าง 17,500 บาท กระทบกับใครบ้าง ต้องจ่ายเพิ่มกี่บาท
สรุปผลกระทบจากการปรับเพดานค่าจ้างประกันสังคมจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ทั้งในมุมลูกจ้าง นายจ้าง ฝ่าย HR และงาน Payroll พร้อมตัวอย่างจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม
อ่านจบใน 3 นาที
ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ประกันสังคมเตรียมปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดในการคำนวณเงินสมทบ จากเดิม 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ทำให้ผู้มีเงินเดือนเกิน 15,000 บาทขึ้นไป อาจถูกหักเงินสมทบเพิ่ม และนายจ้างก็มีต้นทุนเพิ่มเช่นกัน
ประกันสังคมปรับอะไรบ้าง
การปรับเพดานค่าจ้างประกันสังคม หมายถึง การเพิ่มฐานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบประกันสังคม สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมที่ใช้ฐานสูงสุด 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท
| รายการ | เดิม | ใหม่ |
|---|---|---|
| เพดานค่าจ้างสูงสุด | 15,000 บาท | 17,500 บาท |
| อัตราเงินสมทบ | 5% | 5% |
| เงินสมทบสูงสุดต่อเดือน | 750 บาท | 875 บาท |
ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบ
1) เงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท
กลุ่มนี้แทบไม่ได้รับผลกระทบ เพราะยังคำนวณเงินสมทบจากฐานเงินจริงเหมือนเดิม
2) เงินเดือน 15,001 – 17,499 บาท
กลุ่มนี้จะเริ่มถูกหักเพิ่มตามฐานเงินเดือนจริง เพราะฐานคำนวณใหม่สูงกว่าเดิม
ต้องจ่ายเพิ่มกี่บาท
ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างเปรียบเทียบเงินสมทบประกันสังคมเดิมและใหม่ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าลูกจ้างและนายจ้างต้องจ่ายเพิ่มเท่าไร
| เงินเดือน | เดิม | ใหม่ | เพิ่มขึ้น |
|---|---|---|---|
| 12,000 บาท | 600 บาท | 600 บาท | ไม่เพิ่ม |
| 15,000 บาท | 750 บาท | 750 บาท | ไม่เพิ่ม |
| 16,000 บาท | 750 บาท | 800 บาท | 50 บาท |
| 17,000 บาท | 750 บาท | 850 บาท | 100 บาท |
| 17,500 บาทขึ้นไป | 750 บาท | 875 บาท | 125 บาท |
สรุปง่าย ๆ
- เงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท ไม่ได้รับผลกระทบ
- เงินเดือน 15,001 – 17,499 บาท จ่ายเพิ่มตามฐานเงินจริง
- เงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป จ่ายเพิ่มสูงสุด 125 บาทต่อเดือน
- นายจ้างต้องสมทบเพิ่มในจำนวนเท่ากัน
นายจ้างได้รับผลกระทบอย่างไร
การปรับเพดานค่าจ้างไม่ได้กระทบเฉพาะลูกจ้างเท่านั้น แต่นายจ้างก็ต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มในอัตราเดียวกัน คือ 5% ของฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ
ตัวอย่างผลกระทบต่อต้นทุนบริษัท
บริษัทมีพนักงานเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป จำนวน 50 คน
สิทธิประโยชน์ที่อาจเพิ่มขึ้น
แม้ลูกจ้างและนายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้น แต่สิทธิประโยชน์บางประเภทของผู้ประกันตน อาจเพิ่มขึ้นตามฐานค่าจ้างใหม่ด้วย เช่น สิทธิกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ว่างงาน หรือเสียชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ HR ควรสื่อสารให้พนักงานเข้าใจอย่างถูกต้อง
HR และ Payroll ต้องเตรียมอะไรบ้าง
การเปลี่ยนแปลงเพดานค่าจ้างประกันสังคมส่งผลโดยตรงต่อการทำเงินเดือน โดยเฉพาะองค์กรที่ยังคำนวณด้วย Excel หรือมีขั้นตอน Manual หลายจุด ควรเตรียมระบบล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงจากการคำนวณผิด
Checklist สำหรับฝ่าย HR / Payroll
- ตรวจสอบสูตรคำนวณประกันสังคมในระบบเงินเดือน
- อัปเดตเพดานค่าจ้างจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท
- ตรวจสอบสลิปเงินเดือนและรายงานประกันสังคม
- ประเมินต้นทุนที่นายจ้างต้องจ่ายเพิ่ม
- สื่อสารให้พนักงานเข้าใจเรื่องยอดหักที่เพิ่มขึ้น
- ทดสอบการคำนวณก่อนเริ่มใช้งานจริง
สรุป
การปรับเพดานค่าจ้างประกันสังคมเป็น 17,500 บาท เป็นเรื่องสำคัญที่กระทบทั้งลูกจ้าง นายจ้าง และฝ่าย Payroll โดยตรง โดยเฉพาะพนักงานที่มีเงินเดือนเกิน 15,000 บาทขึ้นไป ซึ่งอาจต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มสูงสุด 125 บาทต่อเดือน
สำหรับนายจ้าง การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงต้นทุนบุคลากรที่เพิ่มขึ้น และต้องเตรียมระบบ Payroll ให้รองรับการคำนวณใหม่อย่างถูกต้อง การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยลดความผิดพลาด และทำให้การสื่อสารกับพนักงานเป็นไปอย่างชัดเจนมากขึ้น
ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแล Payroll ให้ถูกต้องตามกฎหมาย?
AIMSUCCESS ให้บริการรับทำเงินเดือน Payroll Outsource ครบวงจร ช่วยดูแลการคำนวณเงินเดือน ภาษี ประกันสังคม รายงานเงินเดือน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการลดภาระงาน HR และลดความเสี่ยงจากความผิดพลาด
ข้อมูลอ้างอิง : สำนักงานประกันสังคม และแหล่งข้อมูลด้าน Payroll / HR

