บทความน่ารู้ Payroll & Employee Welfare Fund

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคิดจากเงินอะไร? เงินเดือน OT โบนัส ต้องรวมคำนวณหรือไม่

สรุปฐานค่าจ้างสำหรับคำนวณเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พร้อมตารางตรวจสอบเงินเดือน OT โบนัส ค่าตำแหน่ง Commission และเงินได้ประเภทต่าง ๆ สำหรับนายจ้าง HR และ Payroll ก่อนเริ่มจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

฿

คำตอบสั้น ๆ ที่ HR ควรรู้

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ไม่ได้คำนวณจากรายได้รวม (Gross Income) ในสลิปเงินเดือนทั้งหมด แต่คำนวณจาก “ค่าจ้าง” ตามความหมายของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ดังนั้น เงินได้แต่ละประเภทต้องพิจารณาว่าเข้าลักษณะเป็นค่าจ้างหรือไม่

สำหรับ HR / Payroll / นายจ้าง อัปเดตกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2569
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างและการคำนวณฐานค่าจ้างสำหรับ Payroll

การคำนวณกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างต้องพิจารณาฐาน “ค่าจ้าง” ไม่ใช่นำรายได้ทุกประเภทในสลิปเงินเดือนมาคำนวณรวมกัน

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคิดจากเงินอะไร?

หนึ่งในคำถามสำคัญสำหรับนายจ้าง ฝ่าย HR และผู้ปฏิบัติงาน Payroll คือ เงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างต้องคำนวณจากเงินเดือน หรือจากรายได้ทั้งหมดของพนักงาน?

หลักสำคัญคือ เงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คำนวณจาก “ค่าจ้าง” ตามความหมายของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

โดยหลักหมายถึงเงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้าง สำหรับระยะเวลาการทำงานปกติ ไม่ว่าจะกำหนดเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปกติ

รวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างในวันหยุดและวันลาที่ลูกจ้าง มีสิทธิได้รับตามกฎหมาย แม้ลูกจ้างไม่ได้ทำงานในวันดังกล่าว

สรุปให้เข้าใจง่าย:
ฐานกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่จำเป็นต้องเท่ากับยอด Gross Income ในสลิปเงินเดือน แต่ต้องตรวจสอบว่าเงินแต่ละรายการเข้าความหมายของคำว่า “ค่าจ้าง” ตามกฎหมายหรือไม่

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหักกี่เปอร์เซ็นต์?

อัตราเงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้างแบ่งออกเป็น 2 ช่วง

ช่วงเวลา ลูกจ้าง นายจ้าง รวม
1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2574 0.25% ของค่าจ้าง 0.25% ของค่าจ้าง 0.50%
ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2574 เป็นต้นไป 0.50% ของค่าจ้าง 0.50% ของค่าจ้าง 1.00%
ข้อควรจำ: เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวคำนวณจาก “ค่าจ้าง” ที่เข้าเกณฑ์ ไม่ใช่นำยอดรายได้ทั้งหมดใน Payslip มาคูณเปอร์เซ็นต์โดยอัตโนมัติ

ตารางสรุป เงินอะไรต้องนำมาคำนวณกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง?

ตารางต่อไปนี้ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับตรวจสอบ Payroll Item หรือ Earning Code ของบริษัท

ประเภทเงินได้ การพิจารณา หลักการเบื้องต้น
เงินเดือน / ค่าจ้างปกติ ✓ รวม เป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ
ค่าจ้างรายวัน / รายชั่วโมง ✓ รวม หากเป็นค่าจ้างสำหรับเวลาทำงานปกติ
ค่าตำแหน่ง ✓ โดยหลักรวม หากจ่ายเป็นประจำเพื่อเป็นค่าตอบแทนการทำงานในตำแหน่งนั้น
ค่าครองชีพ ✓ โดยหลักรวม หากมีลักษณะเป็นค่าตอบแทนการทำงานและจ่ายโดยไม่มีเงื่อนไขอื่น
ค่าจ้างตามผลงาน / ค่าเที่ยว / เงินเปอร์เซ็นต์จากงาน ⚠ อาจรวม หากเป็นค่าตอบแทนผลงานที่เกิดขึ้นในเวลาทำงานปกติ
Commission / ค่านายหน้า ⚠ พิจารณาเงื่อนไข ต้องพิจารณาว่าเป็นค่าตอบแทนการทำงานปกติ หรือเป็นเงินจูงใจตามเงื่อนไข
Incentive ⚠ พิจารณาเงื่อนไข ต้องพิจารณาวัตถุประสงค์และเงื่อนไขการจ่ายจริง
ค่ากะ ⚠ พิจารณาเงื่อนไข ต้องพิจารณาลักษณะการจ่ายว่าเป็นค่าตอบแทนการทำงานปกติหรือไม่
ค่าล่วงเวลา (OT) ✕ โดยหลักไม่รวม เป็นค่าตอบแทนจากการทำงานนอกเวลาทำงานปกติ
ค่าทำงานในวันหยุด ✕ โดยหลักไม่รวม เป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันหยุด แยกจากค่าจ้างเวลาทำงานปกติ
ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ✕ โดยหลักไม่รวม เป็นค่าตอบแทนจากการทำงานล่วงเวลาในวันหยุด
โบนัสตามผลประกอบการ / โบนัสตามเงื่อนไข ✕ โดยทั่วไปไม่รวม หากมีลักษณะเป็นเงินรางวัล ไม่ใช่ค่าตอบแทนการทำงานปกติ
โบนัสที่ตกลงจ่ายแน่นอน ⚠ พิจารณาเงื่อนไข หากมีข้อตกลงรับประกันการจ่ายแน่นอน อาจต้องพิจารณาว่าเข้าลักษณะค่าจ้างหรือไม่
เบี้ยขยัน ✕ โดยทั่วไปไม่รวม กรณีเป็นเงินจูงใจตามเงื่อนไข เช่น ไม่ขาด ไม่ลา ไม่มาสาย
Service Charge ✕ โดยทั่วไปไม่รวม กรณีมีลักษณะเป็นเงินที่จัดสรรจากค่าบริการ ไม่ใช่ค่าตอบแทนการทำงานปกติ
ค่าอาหาร / ค่าเดินทาง / ค่าโทรศัพท์ ที่เบิกตามจริง ✕ โดยทั่วไปไม่รวม หากเป็นการคืนค่าใช้จ่ายหรือสวัสดิการตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
ค่าเดินทาง / ค่าน้ำมัน / ค่าโทรศัพท์ แบบเหมาจ่ายประจำ ⚠ พิจารณาเงื่อนไข หากจ่ายแน่นอนโดยไม่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายจริง อาจต้องพิจารณาว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างหรือไม่
เงินช่วยเหลือ / สวัสดิการ ✕ โดยทั่วไปไม่รวม หากมีวัตถุประสงค์เป็นสวัสดิการ ไม่ใช่ค่าตอบแทนการทำงาน
ข้อสำคัญ: ชื่อของรายการเงินได้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ตัดสินได้ว่าเป็น “ค่าจ้าง” หรือไม่ ต้องพิจารณา วัตถุประสงค์ ข้อตกลง เงื่อนไข และลักษณะการจ่ายจริง ประกอบด้วย

ทำไมชื่อรายการเงินได้อย่างเดียวจึงตัดสินไม่ได้?

ในระบบ Payroll ของแต่ละบริษัทอาจมีชื่อรายการแตกต่างกัน เช่น ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าโทรศัพท์ ค่าตำแหน่ง Commission หรือ Incentive แต่ชื่อของ Payroll Item ไม่ได้เป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียวว่าเงินนั้นเป็นค่าจ้างหรือไม่

กรณีที่ 1 : ค่าเดินทางเบิกตามจริง

พนักงานเดินทางไปพบลูกค้าและนำหลักฐานค่าเดินทางมาเบิกกับบริษัท ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

โดยหลักมีลักษณะเป็นการชดเชยค่าใช้จ่าย ไม่ใช่ค่าตอบแทนการทำงาน

กรณีที่ 2 : ค่าเดินทางเหมาจ่ายประจำ

บริษัทจ่าย “ค่าเดินทาง” เดือนละ 3,000 บาททุกเดือน โดยไม่ต้องมีการเดินทางจริงและไม่ต้องแสดงหลักฐานค่าใช้จ่าย

ต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่าเงินดังกล่าวมีลักษณะเป็นส่วนหนึ่งของค่าตอบแทนการทำงานหรือไม่
สำหรับฝ่าย Payroll: ไม่ควรตั้งค่า Include / Exclude กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง จากชื่อ Earning Code เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะ Commission, Incentive, ค่ากะ โบนัส และเงินเหมาจ่ายประเภทต่าง ๆ

ตัวอย่างการคำนวณกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 0.25%

สมมติพนักงานรายหนึ่งได้รับเงินในเดือนตุลาคม 2569 ดังนี้

รายการ จำนวนเงิน นำมาคำนวณในตัวอย่าง
เงินเดือน 30,000 บาท ✓ รวม
ค่าตำแหน่งประจำ 3,000 บาท ✓ รวม
OT 4,000 บาท ✕ ไม่รวม
เบี้ยขยันตามเงื่อนไข 1,000 บาท ✕ ไม่รวม
ค่าเดินทางเบิกตามจริง 2,000 บาท ✕ ไม่รวม
รายได้รวมในสลิป 40,000 บาท
ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณในตัวอย่าง 33,000 บาท ✓ ฐานคำนวณ

เงินสะสมของลูกจ้าง

33,000 × 0.25%
ลูกจ้างถูกหักเงินสะสม = 82.50 บาท

เงินสมทบของนายจ้าง

33,000 × 0.25%
นายจ้างจ่ายเงินสมทบ = 82.50 บาท
รวมเงินเข้ากองทุนในตัวอย่าง = 165 บาท
แม้พนักงานมีรายได้รวมใน Payslip 40,000 บาท แต่ฐานค่าจ้างที่นำมาคำนวณในตัวอย่างคือ 33,000 บาท

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีเพดานฐานค่าจ้างหรือไม่?

อีกหนึ่งประเด็นที่ฝ่าย Payroll ควรระวังคือ ไม่ควรนำหลักเกณฑ์ฐานค่าจ้างของประกันสังคมมาใช้กับ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยอัตโนมัติ

ตามหลักเกณฑ์ของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ไม่ได้กำหนดเพดานฐานค่าจ้างสูงสุดสำหรับการคำนวณเงินสะสมและเงินสมทบ ในลักษณะเดียวกับฐานเงินสมทบประกันสังคม

ตัวอย่าง: หากลูกจ้างมีค่าจ้างที่เข้าเกณฑ์กองทุน 100,000 บาท การคำนวณต้องใช้ฐานค่าจ้างตามหลักเกณฑ์ของกองทุน ไม่ใช่นำเพดานฐานค่าจ้างของประกันสังคมมาตัดยอดโดยอัตโนมัติ

นายจ้าง HR และ Payroll ต้องเตรียมอะไร ก่อน 1 ตุลาคม 2569?

การเตรียมระบบสำหรับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ไม่ควรมีเพียงการเพิ่มสูตรหักเงิน 0.25% เข้าไปในระบบ Payroll เพราะสิ่งสำคัญก่อนการคำนวณคือ การกำหนดฐานค่าจ้างให้ถูกต้อง

Checklist สำหรับ HR / Payroll

  • ตรวจสอบ Earning Code ทั้งหมด
    สำรวจเงินเดือน ค่าตำแหน่ง ค่าครองชีพ OT โบนัส Commission Incentive ค่ากะ และเงินได้อื่นที่ใช้อยู่ในระบบ
  • แยกรายการที่เป็นค่าจ้าง
    ตรวจสอบว่ารายการใดเป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ
  • แยกรายการ OT และการทำงานวันหยุด
    ไม่ควรนำมารวมกับฐานค่าจ้างโดยอัตโนมัติ
  • ตรวจสอบเงินเหมาจ่าย
    โดยเฉพาะค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าโทรศัพท์ และ Allowance ที่จ่ายเป็นจำนวนแน่นอนทุกเดือน
  • ตรวจสอบ Commission และ Incentive
    พิจารณาข้อตกลงและเงื่อนไขการจ่ายจริงก่อนกำหนด Payroll Setup
  • ปรับระบบ Payroll
    กำหนดรายการที่ Include / Exclude กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้ถูกต้อง
  • ทดสอบการคำนวณก่อนใช้งานจริง
    ตรวจสอบฐานค่าจ้าง เงินสะสมของลูกจ้าง เงินสมทบของนายจ้าง และยอดที่แสดงใน Payslip
แนวทางที่เหมาะสำหรับระบบ Payroll:
รายการเงินได้ที่มีความชัดเจนสามารถกำหนดเป็น Include EWF หรือ Exclude EWF ส่วนรายการที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทควรแยกเป็น Review Required ก่อนตั้งค่าระบบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฐานค่าจ้างกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคิดจากเงินเดือนหรือรายได้รวม?

คำนวณจาก “ค่าจ้าง” ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่ใช่การนำรายได้ทั้งหมดในสลิปเงินเดือนมาคำนวณโดยอัตโนมัติ เงินแต่ละประเภทต้องพิจารณาว่าเข้าลักษณะเป็นค่าจ้างหรือไม่

OT ต้องนำมาคำนวณกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่?

โดยหลัก ค่าล่วงเวลา (OT) ไม่รวมเป็นฐานค่าจ้างสำหรับการคำนวณกองทุน เนื่องจากเป็นค่าตอบแทนสำหรับการทำงานนอกเวลาทำงานปกติ

ค่าทำงานในวันหยุดและ OT วันหยุดต้องนำมาคำนวณหรือไม่?

โดยหลักค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุด เป็นค่าตอบแทนที่แยกจากค่าจ้างสำหรับเวลาทำงานปกติ จึงไม่ควรนำมารวมเป็นฐานโดยอัตโนมัติ

โบนัสต้องนำมาคำนวณกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่?

โบนัสที่มีลักษณะเป็นเงินรางวัลตามผลประกอบการหรือเงื่อนไข โดยทั่วไปไม่ถือเป็นค่าจ้าง แต่หากเป็นโบนัสที่มีข้อตกลงรับประกันการจ่ายแน่นอน ควรพิจารณาข้อเท็จจริงและเงื่อนไขเพิ่มเติม

ค่าตำแหน่งต้องนำมาคำนวณหรือไม่?

หากค่าตำแหน่งจ่ายเป็นประจำและมีลักษณะเป็นค่าตอบแทนการทำงาน ในตำแหน่งนั้น โดยหลักอาจเข้าลักษณะเป็นค่าจ้าง และต้องนำมารวมเป็นฐานคำนวณ

Commission และ Incentive ต้องนำมาคำนวณหรือไม่?

ต้องพิจารณาจากวัตถุประสงค์ ข้อตกลง และเงื่อนไขการจ่ายจริง ไม่ควรตัดสินจากชื่อรายการหรือเพียงเพราะมีการจ่ายทุกเดือน

ค่าเดินทางต้องนำมาคำนวณหรือไม่?

หากเป็นการเบิกค่าเดินทางตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง โดยหลักมีลักษณะเป็นการชดเชยค่าใช้จ่าย แต่หากเป็นเงินเหมาจ่ายประจำโดยไม่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายจริง ควรพิจารณาเพิ่มเติมว่าเข้าลักษณะเป็นค่าจ้างหรือไม่

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีเพดานฐานค่าจ้างเหมือนประกันสังคมหรือไม่?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่ได้ใช้เพดานฐานค่าจ้างของประกันสังคม จึงไม่ควรนำเพดานประกันสังคมมาใช้ในการคำนวณกองทุนโดยอัตโนมัติ

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเริ่มหักเมื่อไร?

เริ่มจัดเก็บเงินสะสมจากลูกจ้างและเงินสมทบจากนายจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยช่วงแรกใช้อัตราฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง

สรุป

หัวใจสำคัญของการคำนวณกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคือ “คิดจากค่าจ้างตามกฎหมาย ไม่ใช่คิดจากรายได้ทั้งหมดในสลิปเงินเดือน”

เงินเดือนและค่าตอบแทนการทำงานปกติเป็นรายการสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาเป็นฐาน ขณะที่ OT ค่าทำงานในวันหยุด โบนัส สวัสดิการ Commission Incentive และเงินได้ประเภทอื่น อาจมีหลักการพิจารณาแตกต่างกัน ตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขการจ่าย

สิ่งที่ HR และ Payroll ควรทำก่อน 1 ตุลาคม 2569

อย่าเพิ่งเพิ่มเพียงสูตร 0.25% เข้าไปในระบบ Payroll

แต่ควรเริ่มจาก

“ตรวจสอบ Payroll Item ทุกประเภทก่อนว่า รายการใดเป็นฐานค่าจ้างของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง”

การตรวจสอบฐานค่าจ้างให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงจากการหักเงินลูกจ้างผิด คำนวณเงินสมทบนายจ้างผิด และนำส่งเงินกองทุนไม่ถูกต้อง

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับนายจ้าง HR และ Payroll การพิจารณาว่าเงินรายการใดเป็น “ค่าจ้าง” อาจขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ข้อตกลง และเงื่อนไขการจ่ายของแต่ละสถานประกอบกิจการ กรณีที่มีลักษณะเฉพาะควรตรวจสอบกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานเพิ่มเติม

หากองค์กรตรวจสอบแล้วว่าอยู่ในข่ายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการเพิ่มเติมได้ที่ ขั้นตอนขึ้นทะเบียนกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างสำหรับนายจ้าง

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแล Payroll ให้ถูกต้องและเป็นระบบ?

AIMSUCCESS ให้บริการรับทำเงินเดือน Payroll Outsource สำหรับองค์กร ช่วยดูแลตั้งแต่การรับและตรวจสอบข้อมูล คำนวณเงินเดือน ภาษี ประกันสังคม กองทุน จัดทำรายงานเงินเดือน และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการลดภาระงาน HR เพิ่มความต่อเนื่องในการทำ Payroll และลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการคำนวณ

เรียบเรียงโดย : บริษัท เอมซัคเซส จำกัด
ข้อมูลอ้างอิง : กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน / พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 / กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
อัปเดตข้อมูล : 17 กันยายน 2569